กลุ่มเรียน: A 3/1 | ข้อมูล ณ วันที่ 06/09/2026 13:08 น.
เต็ม 100 คะแนน
ชื่อผลงาน / นวัตกรรม (ข้อ 3.4):
| ลำดับ | รหัสนักศึกษา | ชื่อ - นามสกุล | สถาบันต้นสังกัด |
|---|---|---|---|
| 1 | 69301040014 | นายสหรัฐ มณีวรรณ์ | KUTC |
| 2 | 69301040026 | นายวงศกร ไชยคุณ | KUTC |
| 3 | 67118301032 | นางสาวโชติกา ชัยประทุม | BCNU |
| 4 | 67118301034 | นางสาวฐิติพร ธเนศอมรวงศ์ | BCNU |
| 5 | 67118301087 | นางสาวเปรมกมล สุขพันธ์ | BCNU |
| 6 | 67118301094 | นางสาวพัทราวดี เจริญฤทธิ์ | BCNU |
| 7 | 67118301106 | นางสาวมาริสา กันมา | BCNU |
| 8 | 67118301108 | นางสาวเยาวพา ปัญญาแสง | BCNU |
| 9 | 67118301110 | นางสาวร่มโพธิ์ร่มไทร ราชสินธุ์ | BCNU |
| 10 | 67118301114 | นางสาวลดาพร ทองพิมพ์ | BCNU |
| 11 | 67118301157 | นางสาวอัจฉราพร ธาราศรี | BCNU |
1. ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เด็กมักร้องไห้ ดิ้น และขยับร่างกายขณะฉีดวัคซีน 2. นักศึกษาขาดความมั่นใจในการฉีดวัคซีนเด็กเนื่องจากไม่มีประสบการณ์ 3. หุ่นฝึกทั่วไปไม่สามารถจำลองการดิ้นของเด็กได้
- เซ็นเซอร์เขียนโค้ดยาก จำกัดได้แค่ตำแหน่งกับความลึก เซ็นเซอร์มีโอกาสคลาดเคลื่อน - เขียนโค้ดซับซ้อน - การออกแบบโครงสร้างหุ่น
1. นักศึกษาขาดความมั่นใจในการออกฝึกปฏิบัติจริงกับเด็ก 2. เพิ่มความเข้าใจในสถานการณ์จริงก่อนปฏิบัติ 3. ลดความวิตกกังวลของผู้ปกครอง 4. สามารถฝึกซํ้าได้หลายครั้ง
เป็นไปได้
จากการขึ้นฝึกประสบการณ์คลินิกสุขภาพเด็กดี WCC ไม่ได้ปฏิบัติจริง เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์และขาดความเชื่อมั่นจากผู้ปกครองและพี่พยาบาลนักศึกษาส่วนใหญ่จึงได้เพียงสังเกตการณ์หรือช่วยหยอดวัคซีน เช่น Rota การปฏิบัติยังไม่ปลอดภัยและขาดความแม่นยำ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ด้านบุคลากร ผู้ฝึกมีประสบการณ์น้อย ขาดความมั่นใจ และยังไม่สามารถควบคุมเด็กได้อย่างเหมาะสม ด้านอุปกรณ์ หุ่นฝึกไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ไม่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่งหรือความถูกต้องของการฉีด และไม่มีระบบประเมินผลแบบอัตโนมัติ ด้านวิธีการฝึก ผู้เรียนฝึกกับหุ่นนิ่งเป็นหลัก ไม่ได้เผชิญสถานการณ์เสมือนจริง จึงทำให้ทักษะการตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามีข้อจำกัด ด้านวัสดุ ผิวและลักษณะของหุ่นไม่ใกล้เคียงกับเด็กจริง รวมถึงเนื้อวัสดุมีความแข็งเกินไป ส่งผลให้ผู้ฝึกไม่คุ้นเคยกับแรงกดและความรู้สึกขณะฉีดจริง ด้านสิ่งแวดล้อม การฝึกในห้องปฏิบัติการมีความแตกต่างจากสถานการณ์ในคลินิกหรือโรงพยาบาล ทำให้ผู้เรียนไม่สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมจริงได้
"เราจะช่วยให้นักศึกษาพยาบาลฝึกฉีดวัคซีนเด็กได้อย่างปลอดภัย เสมือนสถานการณ์จริงพร้อมลดความผิดพลาด และเพิ่มความมั่นใจได้อย่างไร"
P (Population: กลุ่มเป้าหมาย) นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2–4 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี (BCNU) ที่ผ่านการเรียนภาคทฤษฎีและกำลังฝึกทักษะการฉีดวัคซีนเด็กในห้องปฏิบัติการหรือภาคปฏิบัติ I (Intervention: นวัตกรรม) หุ่นฝึกทักษะฉีดวัคซีนเด็กแบบเซ็นเซอร์จำลองการเคลื่อนไหว สำหรับเด็กอายุ 1–4 ปี ซึ่งสามารถจำลองการดิ้นหรือการเคลื่อนไหวของเด็ก พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อตรวจสอบตำแหน่งการฉีด ความถูกต้องของเทคนิค และแสดงผลการประเมินแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริง C (Comparison: วิธีเปรียบเทียบ) การฝึกด้วยหุ่นฝึกฉีดวัคซีนแบบเดิม (หุ่นนิ่งทั่วไป) ที่ไม่สามารถจำลองการเคลื่อนไหวของเด็กและไม่มีระบบเซ็นเซอร์หรือระบบประเมินผลอัตโนมัติ O (Outcome: ผลลัพธ์ที่คาดหวัง) - นักศึกษามีทักษะการฉีดวัคซีนเด็กได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น - นักศึกษามีความมั่นใจในการปฏิบัติการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น - ลดความผิดพลาดในการเลือกตำแหน่งและเทคนิคการฉีดวัคซีน - นักศึกษาสามารถฝึกการจับยึดและรับมือกับเด็กที่ดิ้นหรือเคลื่อนไหวขณะฉีดวัคซีนได้ - เพิ่มความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยจริง และส่งเสริมความปลอดภัยของผู้รับบริการ
เป็นงานที่ท้าทาย
(ฉบับแก้ไข) สมาชิกในกลุ่มได้ร่วมกันระดมสมอง (Brainstorming) เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่พบจากการฝึกปฏิบัติการพยาบาลและการเรียนการสอน โดยพบว่านักศึกษาพยาบาลส่วนใหญ่มีโอกาสฝึกทักษะฉีดวัคซีนเด็กค่อนข้างน้อยเนื่องจากเวลาที่จำกัดและนักศึกษาไม่มั่นใจในการฝึกทักษะการฉีดวัคซีนในเด็กจริง เนื่องจากเด็กวัย 1–4 ปี มักมีความกลัว ร้องไห้ และเคลื่อนไหวหรือดิ้นขณะรับวัคซีน ทำให้นักศึกษาขาดความมั่นใจและมีความกังวลในการปฏิบัติหัตถการ จากการระดมความคิดเห็นและศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สมาชิกได้พิจารณาแนวทางแก้ไขหลายรูปแบบ ก่อนคัดเลือกแนวคิดในการพัฒนา นวัตกรรมหุ่นฝึกทักษะฉีดวัคซีนเด็กแบบเซ็นเซอร์จำลองการเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถจำลองพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของเด็กขณะได้รับวัคซีน จัดท่าทางผู้รับบริการ และติดตั้งระบบเซ็นเซอร์เพื่อช่วยประเมินความถูกต้องของการฉีดวัคซีน โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาพยาบาลได้ฝึกทักษะในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับการปฏิบัติจริง เพิ่มความมั่นใจ ลดความผิดพลาด และส่งเสริมประสิทธิภาพในการเรียนรู้ก่อนนำไปใช้กับผู้ป่วยจริง
หุ่นฝึกทักษะฉีดวัคซีนเด็กแบบเซ็นเซอร์จำลองการเคลื่อนไหว เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการฝึกทักษะการฉีดวัคซีนในเด็ก โดยออกแบบให้จำลองสถานการณ์เสมือนจริงที่เด็กอาจเกิดการดิ้นหรือเคลื่อนไหวระหว่างการฉีดวัคซีน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความชำนาญ ความมั่นใจ -ตัวหุ่นผลิตจากผ้าที่มีความนุ่ม ปลอดภัย และมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงเด็กจริง เพื่อสร้างบรรยากาศการฝึกที่สมจริง -ส่วนบริเวณต้นแขนข้างซ้ายและต้นขาข้างซ้ายจะติดตั้งแผ่นยางพารา ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายผิวหนังจริง สามารถรองรับการเจาะเข็มซ้ำหลายครั้ง มีความทนทาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนวัสดุฝึก -ภายในตัวหุ่น ประกอบด้วยระบบจำลองการเคลื่อนไหว โดยใช้มอเตอร์ควบคุมการสั่นและการขยับแขนหรือขา เพื่อจำลองพฤติกรรมของเด็กก่อนและระหว่างการฉีดวัคซีน ทำให้ผู้ฝึกได้เรียนรู้การประคองเด็ก การควบคุมท่าทาง และการฉีดวัคซีนภายใต้สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริง -หุ่นยังติดตั้งระบบเซ็นเซอร์สำหรับตรวจจับตำแหน่งและความลึกของการแทงเข็ม เพื่อประเมินความถูกต้องของเทคนิคการฉีดวัคซีนแบบเรียลไทม์ เมื่อผู้ฝึกทำการฉีด ระบบจะประมวลผลและแสดงผลตอบกลับทันที โดยใช้ไฟแสดงสถานะ ได้แก่ ไฟสีเขียวเมื่อฉีดได้ถูกต้อง และไฟสีแดงเมื่อฉีดไม่ถูกต้อง -ระบบสามารถบันทึกข้อมูลผลการฝึก เช่น จำนวนครั้งที่ฉีดถูกต้อง ความแม่นยำของการฉีด และผลการประเมินของผู้เรียน เพื่อใช้ติดตามพัฒนาการและประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษาได้อย่างเป็นระบบ
-หุ่นฝึกฉีดวัคซีนเด็กแบบเซ็นเซอร์จำลองการเคลื่อนไหว เป็นนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาและนำไปใช้ได้จริง เพราะมีนักศึกษาด้านไฟฟ้าช่วยพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ให้ตรวจจับมุม ความลึก และการเคลื่อนไหวของหุ่น และยังช่วยแก้ปัญหาที่นักศึกษาพยาบาลไม่ค่อยมีโอกาสฝึกฉีดวัคซีนกับเด็กจริง เนื่องจากเด็กจะดิ้นและพี่พยาบาลจะฉีดเอง ทำให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์ได้น้อย หุ่นนี้จึงช่วยให้ฝึกซ้ำได้จนเกิดความมั่นใจ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อหุ่นที่มีราคาแพง -ในด้านความปลอดภัย หุ่นช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกก่อนปฏิบัติกับผู้ป่วยจริง โดยมีระบบแจ้งเตือนทันทีเมื่อฉีดไม่ถูกต้อง และจำลองการดิ้นของเด็ก ทำให้ได้ฝึกทั้งการจับยึดและการฉีดไปพร้อมกัน อีกทั้งมีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก เรียนด้านไฟฟ้ามาช่วยดูเรื่องไฟฟ้าและระบบภายในเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่เกิดจากระบบภายในหุ่นฝึกทักษะและไม่เป็นอันตรายต่อผู้ฉีดเนื่องจากกระแสไฟในวงจรมีกระแสน้อย เมื่อต้องฉีดวัคซีนให้เด็กจริง นักศึกษาจะรับมือได้ดีขึ้น ลดความผิดพลาด และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับทั้งเด็กและผู้ปฏิบัติได้มากขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ฉีดเนื่องจากกระแสไฟในวงจรมีกระแสน้อย
พัฒนานวัตกรรมหุ่นฝึกทักษะฉีดวัคซีนเด็กแบบเซ็นเซอร์จำลองการเคลื่อนไหว
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
- ยังไม่มีการอัปโหลดข้อมูลภาพอินโฟกราฟิก -
- ยังไม่มีการบันทึกข้อมูล -
- ยังไม่มีการบันทึกข้อมูล -
- ยังไม่มีการบันทึกลิงก์ Google Drive -
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ BCNU )
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะเทคนิควิศวกรรม KUTC )