วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุดรธานี ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี
วิชาวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล และวิชาโครงงาน

การจัดการศึกษาแบบสหวิชาชีพ (Interprofessional Education : IPE)

หน้าหลัก (Dashboard) แผงควบคุมอาจารย์

ข้อมูลภาพรวม: กลุ่ม A 3/2

ความคืบหน้าโครงการ
100%
คะแนนรวมสะสม
0

เต็ม 100 คะแนน

ชื่อผลงาน / นวัตกรรม (ข้อ 3.4):

การพัฒนาเครื่องออกกำลังกาย “บาร์ฟิตข้อเข่า” เพื่อเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว และทรงตัว สำหรับผู้สูงอายุ ตำบลโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี (Development of the "Knee-Fit Bar" Exercise Equipment for Enhancing Mobility and Balance for Elderly People in Non Sung, Udon Thani)
รายชื่อสมาชิกทีมพัฒนานวัตกรรมข้ามศาสตร์
ลำดับ รหัสนักศึกษา ชื่อ - นามสกุล สถาบันต้นสังกัด
1 69301040011 นายพุฒิเมธ อินทรวิเศษ KUTC
2 67118301014 นางสาวจิตรลดา แสนเข็ม BCNU
3 67118301042 นางสาวณัฐธิดา วรราช BCNU
4 67118301056 นางสาวนริศรา ธาตุวิสัย BCNU
5 67118301058 นางสาวนฤตรา ยานสาร BCNU
6 67118301075 นางสาวปราวีณา บุญเกิด BCNU
7 67118301083 นางสาวปิยธิดา อยู่กรุง BCNU
8 67118301096 นางสาวพิมลวรรณ รอดชมภู BCNU
9 67128301077 นางสาวปวีณา แสงวงศ์ BCNU

รายงานความก้าวหน้าตามมิติ 4D Model

📂 ขั้นตอน: DISCOVER
คะแนนประเมิน: 0 / 25
1.1 รายการ Pain Points

1.1 ปัญหาของผู้สูงอายุส่วนใหญ่คือปวดเข่าจากการที่กล้ามเนื้อต้นขาไม่แข็งแรงการบริหารความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps Muscle) ส่วนใหญ่จะเป็นการยกขาแบบไม่มีแรงด้านซึ่งอาจไม่เข้มข้นพอ หรือการใช้ยางยืดอาจไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่แขนไม่แข็งแรงนอกจากนี้อาการปวดเข่ายังทำให้ผู้สูงอายุลุกนั่งยากด้วย

1.2 ข้อมูลข้อจำกัดทางเทคนิค

1.2 นวัตกรรมได้รับการออกแบบให้ใช้งานเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ใช้ในการออกกำลังกายสำหรับป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม จึงต้องใช้วัสดุที่หาได้ง่ายและมีต้นทุนไม่สูงจนเกินไป โครงสร้างอุปกรณ์ต้องมีความแข็งแรง ปลอดภัยสำหรับในการใช้งาน ไม่ให้เกิดแผลเมื่อใช้งาน และรองรับน้ำหนักผู้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม เพิ่มเติมมีข้อจำกัดในการทำจอแสดงหน้าจอการออกกำลังกาย ว่ายกกี่ครั้ง ข้อจำกัดทางเทคนิคของนวัตกรรมในระยะต้นแบบ คือ ยังไม่สามารถติดตั้งจอแสดงผลสำหรับแสดงจำนวนครั้งของการออกกำลังกาย (Repetition Counter) ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ความซับซ้อนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระยะเวลาในการพัฒนา จึงยังไม่สามารถแสดงผลจำนวนครั้งหรือข้อมูลการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์ได้ ผู้ใช้งานจึงต้องนับจำนวนครั้งด้วยตนเองหรือให้ผู้ดูแลช่วยบันทึกข้อมูล

1.3 ข้อมูล Empathy Map

1.3 ผู้สูงอายุและผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่ประสบปัญหากล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps muscle) อ่อนแรง ส่งผลให้ข้อเข่ารับน้ำหนักมากขึ้น เกิดอาการปวดเข่า และมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เช่น การลุก-นั่ง การเดิน และการขึ้นลงบันได แม้ว่าจะทราบว่าการออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้ แต่หลายคนไม่สามารถบริหารกล้ามเนื้อได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกลัวอาการปวด กลัวการหกล้ม และไม่มั่นใจว่าปฏิบัติท่าบริหารได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ วิธีการบริหารที่ใช้กันทั่วไป เช่น การยกขาแบบไม่มีแรงต้าน อาจไม่เพียงพอต่อการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ขณะที่การใช้ยางยืดต้องอาศัยแรงแขนและการประสานการเคลื่อนไหว ซึ่งไม่เหมาะกับผู้สูงอายุบางราย จากการทำความเข้าใจบริบทของผู้ใช้งาน พบว่าผู้สูงอายุมีความต้องการอุปกรณ์ที่สามารถช่วยบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและข้อเข่าได้อย่างถูกต้อง ใช้งานง่าย ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม และสามารถใช้ได้ด้วยตนเองทั้งที่บ้าน ชุมชน และสถานบริการสุขภาพ อุปกรณ์ดังกล่าวควรมีแรงต้านที่เหมาะสมกับสมรรถภาพของผู้ใช้งาน เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเข่า ส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำจากอาจารย์ (Feedback):

ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์

📂 ขั้นตอน: DEFINE
คะแนนประเมิน: 0 / 25
2.1 การวิเคราะห์สาเหตุ (Fishbone/5 Why)

2.1 1. ทำไมผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงจึงไม่สามารถบริหารข้อเข่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ? เนื่องจากไม่สามารถออกกำลังกายหรือบริหารข้อเข่าได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง 2. ทำไมจึงไม่สามารถบริหารข้อเข่าได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง? เนื่องจากขณะบริหารข้อเข่ามักเกิดความเมื่อยล้า ไม่มั่นคง และควบคุมการเคลื่อนไหวของขาได้ยาก 3. ทำไมจึงควบคุมการเคลื่อนไหวของขาได้ยาก? เนื่องจากกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง และไม่มีอุปกรณ์ช่วยพยุงหรือรองรับขณะบริหารข้อเข่า 4. ทำไมจึงไม่มีอุปกรณ์ช่วยพยุงหรือรองรับขณะบริหารข้อเข่า? เนื่องจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ส่วนใหญ่มีความซับซ้อน ราคาแพง และไม่เหมาะกับการใช้งานในชุมชนหรือที่บ้าน 5. ทำไมจึงต้องมีอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งานในชุมชนหรือที่บ้าน? เนื่องจากผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมให้สามารถบริหารข้อเข่าได้ด้วยตนเองอย่างสะดวก ปลอดภัย และต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและลดความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อม

2.2 ประโยคโจทย์ "How Might We..."

2.2กำหนดประโยคปัญหา How Might We DEFINE 1. มิติด้านความปลอดภัยและการลดความกลัว (Safety & Confidence) เนื่องจากผู้สูงอายุมีข้อจำกัดด้านการทรงตัวและกลัวการหกล้มขณะออกกำลังกาย:  How Might We: เราจะสามารถออกแบบนวัตกรรมบาร์ฟิตข้อเข่า (Kick Leg Bar) อย่างไร เพื่อช่วยพยุงและรองรับการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ ให้พวกเขารู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และลดความกลัวการหกล้มในขณะบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า?  2. มิติด้านความถูกต้องและประสิทธิภาพของท่าทาง (Correctness & Effectiveness) เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนมากขาดอุปกรณ์ช่วย และไม่สามารถควบคุมท่าทางการเคลื่อนไหวข้อเข่าให้ถูกต้องได้ด้วยตนเอง:  How Might We: เราจะสามารถพัฒนาเครื่องออกกำลังกายบาร์ฟิตข้อเข่าอย่างไร ให้ใช้งานง่ายและบังคับทิศทางการเคลื่อนไหวของขาได้อย่างถูกต้องตามหลักสรีรวิทยา เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด?  3. มิติด้านความต่อเนื่องและแรงจูงใจในการใช้งาน (Adherence & Engagement) เนื่องจากการชะลอข้อเข่าเสื่อมจำเป็นต้องอาศัยการบริหารกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง:  How Might We: เราจะสามารถปรับปรุงหรือออกแบบนวัตกรรมบาร์ฟิตข้อเข่าอย่างไร ให้ผู้สูงอายุในชุมชนเกิดความพึงพอใจและสร้างพฤติกรรมการจัดการตนเอง (Self-management) ให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน?  4. มิติด้านผลลัพธ์ทางสุขภาพและการทำกิจกรรม (Health Outcomes & Mobility) มุ่งเน้นไปที่การตอบโจทย์ตัวแปรตามของการวิจัย (ความสามารถในการเคลื่อนไหว TUGT, ระดับความปวด Pain Score):  How Might We: เราจะสามารถใช้นวัตกรรมบาร์ฟิตข้อเข่า (Kick Leg Bar) เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสมรรถภาพการทรงตัวและการเดิน เพื่อลดระดับความปวดเข่าและยกระดับคุณภาพชีวิตในการทำกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุได้อย่างไร?

2.3 กรอบแนวคิด PICO Framework

P (Population): ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเข่า I (Intervention): การฝึกด้วยเครื่องบริหารขาด้านหน้าแบบติดเก้าอี้ร่วมกับระบบช่วยพยุงลุก C (Comparison): กลุ่มที่บริหารขาด้วยวิธีปกติ หรือการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังใช้อุปกรณ์ O (Outcome): คะแนนความปวดลดลง กำลังกล้ามเนื้อต้นขาเพิ่มขึ้น และลุกยืนได้มั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น

คำแนะนำจากอาจารย์ (Feedback):

ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์

📂 ขั้นตอน: DEVELOP
คะแนนประเมิน: 0 / 25
3.1 รายการไอเดียระดมสมอง (Ideation)

3.1 บาร์ฟิตขา -ระบบแรงต้าน ที่สามารถปรับระดับได้ -ระบบนับครั้ง -สามารถปรับขนาดให้เหมาะกับขนาดขาของผู้ป่วยได้ ทั้งในขนาดความกว้างและความยาว -เก้าอี้ช่วยลุกนั่ง -กล่องช่วยลุกนั่ง สำหรับติดตั้งกับเก้าอี้ของผู้ที่ใช้งานได้โดยใช้ระบบมอเตอร์

3.2 ไฟล์รูปภาพชิ้นงานต้นแบบ (Prototype)

รายละเอียดนวัตกรรม (ย่อ) 1. กล่องช่วยลุก (Lift Assist Box) ติดตั้งใต้เก้าอี้ ใช้ระบบ มอเตอร์ร่วมกับสปริงช่วยยก เพื่อช่วยพยุงผู้ใช้งานขณะลุก-นั่ง ลดแรงกดที่ข้อเข่าและสะโพก เพิ่มความปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม 2. อุปกรณ์ออกกำลังกายขา (Kick Leg Bar) ติดตั้งด้านหน้าเก้าอี้ ใช้บริหารการงอ-เหยียดข้อเข่า สามารถ ปรับความกว้าง ปรับความยาว และปรับแรงต้าน (ความฝืด) ให้เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคน ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและข้อเข่า 3. หน้าจอแสดงผล แสดง จำนวนครั้งในการออกกำลังกาย ระดับแรงต้าน และเวลา เพื่อให้ผู้ใช้งานติดตามผลการฝึกได้สะดวก 4. ความปลอดภัย โครงสร้างแข็งแรง ยึดติดกับเก้าอี้ได้มั่นคง ใช้งานในท่านั่ง ลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม และไม่มีส่วนแหลมคมที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้งาน

รูปภาพสิ่งประดิษฐ์ต้นแบบ (Prototype)

Prototype Image
3.3 ผลวิเคราะห์ความเป็นไปได้และความปลอดภัย

3.3 ความเป็นไปได้และความปลอดภัยในผู้ป่วย (Develop) นวัตกรรม เครื่องออกกำลังกายบาร์ฟิตข้อเข่า (Kick Leg Bar) เป็นอุปกรณ์บริหารข้อเข่าที่สามารถติดตั้งกับเก้าอี้ได้ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ส่งเสริมการเคลื่อนไหว และลดความเสี่ยงต่อการเกิดข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุนวัตกรรมมีโครงสร้างเรียบง่าย ใช้วัสดุที่แข็งแรง ต้นทุนไม่สูง ติดตั้งและถอดออกจากเก้าอี้ได้สะดวก สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในโรงพยาบาล ชุมชน และที่บ้าน ด้านความปลอดภัย อุปกรณ์ได้รับการออกแบบให้ยึดติดกับเก้าอี้อย่างมั่นคง ใช้งานในท่านั่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม ไม่มีส่วนแหลมหรือขอบคม และควรผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงทดลองใช้ในกลุ่มตัวอย่างก่อนนำไปใช้จริง เพื่อให้มั่นใจในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของนวัตกรรม

3.4 ชื่องานวิจัย/นวัตกรรม

การพัฒนาเครื่องออกกำลังกาย “บาร์ฟิตข้อเข่า” เพื่อเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว และทรงตัว สำหรับผู้สูงอายุ ตำบลโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี (Development of the "Knee-Fit Bar" Exercise Equipment for Enhancing Mobility and Balance for Elderly People in Non Sung, Udon Thani)

คำแนะนำจากอาจารย์ (Feedback):

ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์

📂 ขั้นตอน: DEPLOY
คะแนนประเมิน: 0 / 25
4.1 บันทึกผลการทดสอบ Usability Test

กลุ่มตัวอย่างมีเวลาเฉลี่ยในการทดสอบ Time Up and Go test (TUGT) ก่อนใช้นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกาย “บาร์ฟิตข้อเข่า” เท่ากับ 20.80 วินาที (S.D. = 5.07) ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์มีความเสี่ยงต่อการหกล้มสูง (> 20 วินาที) และหลังจากการใช้นวัตกรรม เวลาเฉลี่ยลดลงเหลือ 4.00 วินาที (S.D. = 4.64) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มีความเสี่ยงต่อการหกล้มระดับปานกลาง (11–20 วินาที) โดยมีเวลาเฉลี่ยในการเดินและทรงตัวเร็วขึ้น 6.80 วินาทีเมื่อเปรียบเทียบผลต่างด้วยสถิติทดสอบทีแบบจับคู่ (Paired Samples t-test) ได้ค่าสถิติทดสอบ t = 2.06 ที่ระดับชั้นแห่งความเป็นอิสระ df = 4 และมีค่าระดับนัยสำคัญ p = .055 (แบบ One-tailed) แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างมีแนวโน้มความสามารถในการทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นหลังจากการใช้นวัตกรรมอย่างเห็นได้ชัด จากผลการวิเคราะห์คะแนนระดับความปวดเข่า (Knee Pain Score) ของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5 ราย พบว่า ก่อนใช้นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกาย “บาร์ฟิตข้อเข่า” กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความปวดเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 คะแนน (S.D. = 3.14) ซึ่งอยู่ในระดับปวดปานกลาง และหลังจากการใช้นวัตกรรม คะแนนความปวดเฉลี่ยลดลงเหลือ 0.40 คะแนน (S.D. = 0.55) อยู่ในระดับไม่มีความปวดถึงปวดเล็กน้อย โดยมีผลต่างของค่าเฉลี่ยลดลงอย่างชัดเจน เท่ากับ 3.60 เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยสถิติทดสอบทีแบบจับคู่ (Paired Samples t-test) ได้ค่าสถิติทดสอบ t = 2.51 ที่ระดับชั้นแห่งความเป็นอิสระ df = 4 และมีค่าความน่าจะเป็น p = .033 (แบบ One-tailed) ซึ่งผ่านเกณฑ์การยอมรับสมมติฐานทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ .05 (p < .05) สรุปได้ว่าคะแนนระดับความปวดเข่าของกลุ่มตัวอย่างหลังใช้นวัตกรรมลดลงกว่าก่อนใช้นวัตกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงว่านวัตกรรมเครื่องออกกำลังกาย “บาร์ฟิตข้อเข่า” มีประสิทธิผลในการช่วยลดระดับความปวดบริเวณข้อเข่าได้จริง กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกาย “บาร์ฟิตข้อเข่า” ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.16 (S.D. = 0.25) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า รายการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ ข้อ 5 นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายบาร์ฟิตข้อเข่ามีความมั่นคงและปลอดภัยขณะใช้งาน อยู่ในระดับมากที่สุด (X = 3.60, S.D. = 0.55) รองลงมา ได้แก่ ข้อ 6 การใช้นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายบาร์ฟิตข้อเข่าไม่ทำให้เกิดความกังวลหรือไม่มั่นใจขณะออกกำลังกาย และ ข้อ 11 โดยภาพรวมท่านมีความพึงพอใจต่อนวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายบาร์ฟิตข้อเข่า ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากันทั้งสองข้อ (X = 3.40, S.D. = 0.55) สำหรับรายการที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ข้อ 2 ขนาดและลักษณะของอุปกรณ์เหมาะสมกับการใช้งาน (X = 2.80, S.D. = 0.84) และ ข้อ 10 นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายบาร์ฟิตข้อเข่าช่วยให้ท่านสามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง (X = 2.80, S.D. = 1.10) ซึ่งทั้งสองข้อจัดอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน เมื่อพิจารณาข้อเสนอแนะจากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 5 คน พบประเด็นสำคัญที่ควรนำไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ การปรับปรุงผ้าพันขาให้มีขนาดและความยาวเหมาะสม แข็งแรง และสามารถปรับขนาดได้ การเพิ่มวัสดุรองบริเวณเหล็กเพื่อป้องกันการเสียดสีหรือการเกิดแผล และการปรับระบบยึดขาให้ติดตั้งง่าย ลดขั้นตอนการประกอบ และสามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ มีข้อเสนอแนะให้พิจารณาเพิ่มระยะเวลาในการใช้นวัตกรรมเพื่อให้เหมาะสมกับการออกกำลังกายของผู้ใช้มากขึ้น

4.2 Feedback จากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้จริง

เมื่อพิจารณาข้อเสนอแนะจากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 5 คน พบประเด็นสำคัญที่ควรนำไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ การปรับปรุงผ้าพันขาให้มีขนาดและความยาวเหมาะสม แข็งแรง และสามารถปรับขนาดได้ การเพิ่มวัสดุรองบริเวณเหล็กเพื่อป้องกันการเสียดสีหรือการเกิดแผล และการปรับระบบยึดขาให้ติดตั้งง่าย ลดขั้นตอนการประกอบ และสามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ มีข้อเสนอแนะให้พิจารณาเพิ่มระยะเวลาในการใช้นวัตกรรมเพื่อให้เหมาะสมกับการออกกำลังกายของผู้ใช้มากขึ้น

4.3 สรุปตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs)

5.2.1 ด้านระดับอาการปวดเข่า (Knee Pain Score) การที่ระดับความปวดเข่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) เป็นผลมาจากการออกกำลังกายด้วยเครื่อง “บาร์ฟิตข้อเข่า” ที่ใช้แรงต้านจากสปริงแบบแรงกระแทกต่ำ (Low-impact resistance exercise) และมีท่าทางที่ไม่งอเข่าเกิน 90 องศา ทำให้กล้ามเนื้อเหยียดเข่าและกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า (Quadriceps femoris) ได้รับการกระตุ้นให้แข็งแรงขึ้น ช่วยพยุงและลดแรงกดทับที่ผิวกระดูกอ่อนข้อเข่าโดยตรง สอดคล้องกับงานวิจัยของ Zeng et al. (2021) และ Jiang et al. (2024) ที่ระบุว่าการฝึกกล้ามเนื้อต้นขาด้วยแรงต้านช่วยลดการเสียดสี บรรเทาอาการปวด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้อเข่า 5.2.2 ด้านความสามารถในการเคลื่อนไหวและการทรงตัว (TUGT) เวลาในการทดสอบ TUGT ของกลุ่มตัวอย่างลดลงเฉลี่ยถึง 6.80 วินาที (จาก 20.80 เหลือ 14.00 วินาที) เปลี่ยนระดับจากความเสี่ยงสูงสู่ความเสี่ยงปานกลาง แม้ค่าทางสถิติ (p = .055) จะมีค่าใกล้เคียงระดับนัยสำคัญเนื่องจากข้อจำกัดของขนาดกลุ่มตัวอย่าง (N = 5) แต่ในทางคลินิกสะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุมีความมั่นคงในการลุก ก้าวเดิน และกลับตัวได้คล่องแคล่วขึ้น สอดคล้องกับการศึกษาของ อรสา จุลโสม (2567) ที่พบว่าการบริหารกล้ามเนื้อขาอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการทรงตัว ทำให้คะแนน TUGT พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน 5.2.3 ด้านความพึงพอใจต่อนวัตกรรม การที่กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและปลอดภัย (ค่าเฉลี่ย = 3.60) เนื่องจากการออกแบบโครงสร้างมีเก้าอี้พร้อมที่พักแขน สายรัดตีนตุ๊กแกยึดข้อเท้า และแผ่นซัพพอร์ตขา ช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกปลอดภัย ไม่กังวลว่าจะเกิดการพลัดตกหกล้มขณะออกกำลังกาย จึงสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำจากอาจารย์ (Feedback):

ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์

ส่วนสรุปโครงการ: ข้อ 5 ข้อมูลประกอบโครงการ
5.1 ภาพอินโฟกราฟิกสรุปโครงการ (Infographic)

ภาพอินโฟกราฟิก

โปสเตอร์อินโฟกราฟิก

Infographic Poster
5.2 รายชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิดารัตน์ ห้วยทราย

5.3 รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ

รายนามผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ มีดังนี้ 1. อาจารย์เมตตา ไชยเชษฐ์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วนิดา ศรีพรหมษา อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลชุมชน 3. อาจารย์ธีรพัฒน์ พิมพ์สาลี อาจารย์ประจำวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก อุดรธานี อาจารย์ประจำภาควิชาช่างไฟฟ้ากำลัง