กลุ่มเรียน: A 4/1 | ข้อมูล ณ วันที่ 21/10/2026 21:05 น.
เต็ม 100 คะแนน
ชื่อผลงาน / นวัตกรรม (ข้อ 3.4):
| ลำดับ | รหัสนักศึกษา | ชื่อ - นามสกุล | สถาบันต้นสังกัด |
|---|---|---|---|
| 1 | 69301040009 | นายพงศกร เต่าสิงห์แก้ว | KUTC |
| 2 | 69301040013 | นายระพีพัฒน์ สมุทรสมบูรณ์ | KUTC |
| 3 | 67118301022 | นายฉัตรมงคล มีดี | BCNU |
| 4 | 67118301064 | นางสาวนิภารัตน์ ถาบุญเรือง | BCNU |
| 5 | 67118301066 | นางสาวบัณฑิตา แสนสามารถ | BCNU |
| 6 | 67118301098 | นางสาวแพรววนิต บัวเหลือง | BCNU |
| 7 | 67118301102 | นางสาวมณฑาทิพย์ เมฆคำรณ | BCNU |
| 8 | 67118301104 | นางสาวมัณทนา สุขแสวง | BCNU |
| 9 | 67118301122 | นางสาววิชญาดา สุวรรณ | BCNU |
| 10 | 67118301165 | นายภานุวัฒน์ มาศิริ | BCNU |
1. การประเมินผู้รับบริการหลายรายต้องใช้กระดาษจำนวนมาก ก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองทรัพยากรและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์เอกสาร 2. แบบฟอร์มที่มีอยู่มีพื้นที่สำหรับบันทึกข้อมูลไม่เพียงพอ ส่งผลให้การจดบันทึกขาดความเป็นระเบียบและอาจเกิดการตกหล่นของข้อมูลสำคัญ 3. เอกสารที่เป็นกระดาษมีความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือปะปนกับเอกสารของผู้รับบริการรายอื่น 4. กระบวนการรวบรวมข้อมูล คำนวณคะแนน แปลผล และให้คำแนะนำใช้เวลาค่อนข้างมาก
1. ความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล 2. ข้อจำกัดด้านการบำรุงรักษา 3. ความเสถียรของระบบ
จากการวิเคราะห์ Empathy Map ของนักศึกษาพยาบาลผู้ปฏิบัติการประเมิน CGA พบว่า ผู้ใช้งานประสบปัญหาในการบันทึกและรวบรวมข้อมูลที่ใช้เวลานาน เนื่องจากยังใช้แบบประเมินในรูปแบบกระดาษและใช้ในการเขียนในเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีโอกาสเกิดความผิดพลาดและสูญหายได้ง่าย อีกทั้งไม่สามารถวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพของผู้สูงอายุได้อย่างสะดวก ส่งผลให้การสรุปผลและการวางแผนดูแลผู้สูงอายุขาดประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงมีความต้องการระบบดิจิทัลที่ช่วยบันทึกข้อมูล ประมวลผล และสรุปผลการประเมิน CGA แบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งสามารถจัดเก็บและแสดงผลย้อนหลังเพื่อสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ok
ปัญหา ใช้เวลาในการบันข้อมูลนาน Why1 ผู้ประเมินใช้เวลานาน Why2 แบบประเมินมีหลายชุด Why3 ยังไม่มีเครื่องมือที่ช่วยบันทีกแบบประเมินผู้สูงอายุแบบองค์รวม Why4 ใช้การบันทึกโดยวิธีกรอกด้วยผู้ประเมิน Why5 ยังไม่มีการพัฒนาระบบหรือแอปพลิเคชันแบบองค์รวม
ผู้ประเมินใช้เวลาในการประเมินลดลง ผู้ประเมินบันทึกข้อมูลได้สะดวก ครบถ้วน และป้องกันการสูญหายจากการใช้กระดาษ
P (Population): นักศึกษาพยาบาลหรือบุคลากรทางการพยาบาลที่ทำหน้าที่ประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ I (Intervention): การใช้แอปพลิเคชันสำหรับการประเมิน CGA ที่รวบรวมแบบประเมินทั้งหมดไว้ในระบบเดียว C (Comparison): การประเมินและบันทึกข้อมูลด้วยแบบประเมินในรูปแบบกระดาษO (Outcome): ลดระยะเวลาในการประเมินและบันทึกข้อมูล เพิ่มความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูล ลดการสูญหายของเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการสรุปผลและติดตามแนวโน้มการประเมินผู้สูงอายุ
ทำแอพ ok
1. ผู้วิจัยร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาและนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาที่พบจากการใช้แบบประเมินสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม (CGA) ในรูปแบบเอกสาร 2. วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของผู้ใช้งาน เพื่อกำหนดคุณลักษณะของแอปพลิเคชันที่ตอบสนอง ต่อการใช้งานจริง 3. ระดมแนวคิดเกี่ยวกับฟังก์ชันที่จำเป็นของแอปพลิเคชัน ได้แก่ • การบันทึกข้อมูลผู้สูงอายุในรูปแบบดิจิทัล • การแสดงแบบประเมินสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม (CGA) • การคำนวณคะแนนและแปลผลการประเมินอัตโนมัติ • การแสดงคำแนะนำตามผลการประเมิน • การบันทึก ค้นหา และเรียกดูข้อมูลย้อนหลัง • การสรุปผลและออกรายงานการประเมิน 4. เปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัด และความเป็นไปได้ของแต่ละแนวคิด โดยพิจารณาจากความสะดวกในการใช้งาน ความ ถูกต้องของข้อมูล ความสามารถในการพัฒนา และความเหมาะสมกับการใช้งานของนักศึกษาพยาบาล 5. คัดเลือกแนวคิดที่มีความเหมาะสมที่สุด คือ การพัฒนาแอปพลิเคชันประเมินสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม (Comprehensive Geriatric Assessment: CGA) ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูล คำนวณคะแนนแปลผล และแสดงคำแนะนำได้อัตโนมัติ 6. นำแนวคิดที่ได้รับการคัดเลือกไปออกแบบโครงสร้างระบบ (System Design) และส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาต้นแบบ (Prototype)
การพัฒนาแอปพลิเคชัน ครั้งที่หนึ่ง https://elearning.kutcudon.ac.th/bcnu_cga/
- ความเป็นไปได้ 1. นักศึกษาพยาบาลส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต จึงสามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้สะดวก 2. แบบประเมิน CGA ที่ใช้อยู่เดิมเป็นแบบฟอร์มกระดาษหรือแบบฟอร์มบน iPad ซึ่งสามารถพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลได้โดยไม่เปลี่ยนสาระสำคัญของแบบประเมิน 3. แอปพลิเคชันช่วยคำนวณคะแนนและแปลผลอัตโนมัติ ลดเวลาในการประเมินและลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยตนเอง 4. สามารถนำไปใช้ในการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลทั้งในห้องเรียนและแหล่งฝึกปฏิบัติได้ 5. สามารถบันทึกและเรียกดูผลการประเมินย้อนหลังได้ ช่วยลดการใช้กระดาษและเพิ่มความสะดวกในการติดตามข้อมูล - ความปลอดภัย ความปลอดภัย (Safety) 1. แอปพลิเคชันเป็น เครื่องมือช่วยบันทึก ประมวลผล และแสดงผลการประเมิน ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรคหรือใช้แทนการตัดสินใจของอาจารย์หรือพยาบาลวิชาชีพ 2. กำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานเฉพาะนักศึกษาพยาบาลและอาจารย์ผู้สอน เพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูล 3. ข้อมูลผู้สูงอายุควรได้รับการปกป้อง เช่น ใช้รหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ และเข้ารหัสข้อมูลที่จัดเก็บ เพื่อรักษาความลับของผู้รับบริการ 4. ผู้ใช้งานต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับบริการก่อนบันทึกข้อมูลตามหลักจริยธรรมและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 5. มีระบบตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลก่อนสรุปผล เพื่อลดข้อผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลไม่ครบหรือผิดพลาด 6. หากผลการประเมินพบว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยง แอปพลิเคชันควรแสดงข้อความแจ้งเตือนให้ส่งต่อข้อมูลแก่พยาบาลหรืออาจารย์ผู้ควบคุม โดยไม่ให้ผู้ใช้งานตีความผลแทนการวินิจฉัยทางคลินิก
การพัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพเว็บแอปพลิเคชัน Easy CGA ต่อการประเมินภาวะสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม ในนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
ผลการวิจัยเรื่องการพัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพเว็บแอปพลิเคชัน Easy CGA ต่อการประเมินภาวะสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม ในนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 รุ่นที่ 33 จำนวน 40 คน เป็นเพศหญิงทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100 และมีอายุเฉลี่ย 21 ปี ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพก่อนและหลังการใช้เว็บแอปพลิเคชัน พบว่า ด้านความถูกต้องมีผลการประเมินดีขึ้นทุกด้าน โดยความครบถ้วนของการบันทึกข้อมูลสุขภาพผู้สูงอายุเพิ่มจาก 0.78 เป็น 0.90 ส่วนความถูกต้องของการคำนวณคะแนนรวมแต่ละหมวด CGA ความถูกต้องของการแปลผลตามเกณฑ์มาตรฐาน และความสอดคล้องของคำแนะนำกับผลการประเมินสุขภาพ เพิ่มจาก 0.35, 0.23 และ 0.40 เป็น 1.00 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าเว็บแอปพลิเคชันช่วยเพิ่มความถูกต้องในการประเมินและลดข้อผิดพลาดในการคำนวณและแปลผลได้ สำหรับด้านความคล่องตัวในการใช้งาน พบว่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.54–4.87 โดยรายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือความรวดเร็วในการแสดงผลและแปลผลตามเกณฑ์สุขภาพ มีค่าเฉลี่ย 4.87 รองลงมาคือความสะดวกและรวดเร็วในการคำนวณคะแนน มีค่าเฉลี่ย 4.77 ความรวดเร็วในการบันทึกข้อมูล มีค่าเฉลี่ย 4.64 และการลดความซ้ำซ้อนและขั้นตอนการปฏิบัติงาน มีค่าเฉลี่ย 4.54 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการใช้งานเว็บแอปพลิเคชัน Easy CGA ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านกายภาพ ด้านเนื้อหา ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้และการปฏิบัติงาน และด้านประโยชน์จากการใช้งาน พบว่าทุกข้ออยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.513–4.872 รายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือการนำไปใช้ประเมินผู้สูงอายุได้สะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้กระดาษ มีค่าเฉลี่ย 4.872 รองลงมาคือระบบคำนวณและแปลผลอัตโนมัติทันทีหลังประเมิน การทบทวนและเรียกดูข้อมูลด้วยตนเอง และการช่วยวางแผนดูแลและให้คำแนะนำผู้สูงอายุตามปัญหาสุขภาพที่พบ ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 4.846 เท่ากัน ในการทดสอบข้อตกลงเบื้องต้น พบว่าข้อมูลระยะเวลาและคะแนนความถูกต้องก่อนและหลังการทดลองมีการแจกแจงไม่เป็นแบบปกติ โดยมีค่า p น้อยกว่า .05 ผู้วิจัยจึงเลือกใช้สถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test ในการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการทดลอง ผลการทดสอบพบว่า ระยะเวลาในการประเมินหลังใช้เว็บแอปพลิเคชันลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -5.515, p น้อยกว่า .001) และความถูกต้องของการคำนวณและแปลผลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -5.690, p น้อยกว่า .001) จึงยอมรับสมมติฐานข้อที่ 1 ที่ระบุว่าเว็บแอปพลิเคชันช่วยให้การประเมินสุขภาพผู้สูงอายุสะดวก รวดเร็ว และถูกต้องกว่าการใช้แบบฟอร์มเดิม สำหรับการทดสอบสมมติฐานด้านความพึงพอใจ โดยกำหนดเกณฑ์เป้าหมายไว้ที่ 4.00 หรือร้อยละ 80 พบว่าคะแนนมัธยฐานความพึงพอใจรวมของนักศึกษาเท่ากับ 4.80 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = 5.824, p น้อยกว่า .001) จึงยอมรับสมมติฐานข้อที่ 2 ว่านักศึกษามีความพึงพอใจต่อการใช้งานเว็บแอปพลิเคชันในระดับดีขึ้นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยสรุป เว็บแอปพลิเคชัน Easy CGA ช่วยให้การประเมินภาวะสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวมมีความรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการทำงาน ช่วยคำนวณคะแนนและแปลผลโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังได้รับความพึงพอใจจากนักศึกษาในระดับมากที่สุด ผลการวิจัยจึงสนับสนุนการนำเว็บแอปพลิเคชันไปใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้และการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การนำผลไปอ้างอิงกับกลุ่มอื่นควรคำนึงถึงข้อจำกัดของการวิจัยที่ใช้กลุ่มตัวอย่างเพียงกลุ่มเดียวและวัดผลก่อนและหลังการทดลอง
จากการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 จำนวน 40 คน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อแอปพลิเคชัน Easy CGA ในระดับมากที่สุด โดยคะแนนเฉลี่ยรายข้ออยู่ระหว่าง 4.513–4.872 คะแนน ประเด็นที่ได้รับคะแนนสูงสุดคือ การช่วยให้ประเมินสุขภาพผู้สูงอายุได้รวดเร็วและง่ายกว่าการใช้แบบฟอร์มกระดาษ รองลงมาคือ ระบบคำนวณและแปลผลอัตโนมัติ การเรียกดูข้อมูลได้ทุกเวลา และการนำผลประเมินไปใช้วางแผนการดูแลผู้สูงอายุ สะท้อนให้เห็นว่าแอปพลิเคชันช่วยเพิ่มความสะดวก ลดขั้นตอนการทำงาน และสนับสนุนความถูกต้องในการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ ข้อสนอแนะ ควรพัฒนาระบบให้ใช้งานง่ายและรองรับการใช้งานในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
1. ประสิทธิภาพด้านระยะเวลา -ตัวชี้วัด: เวลาที่ใช้ประเมินหลังใช้แอปน้อยกว่าก่อนใช้แบบฟอร์มกระดาษ -เกณฑ์ตัดสิน: ทดสอบด้วย Wilcoxon Signed-Rank Test ที่ p < .05 -ผล: Z = -5.515, p < .001 (ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ) 2. ความถูกต้องของการคำนวณและแปลผล - ตัวชี้วัด: คะแนนความถูกต้องหลังใช้แอปสูงกว่าก่อนใช้ ครอบคลุมความครบถ้วนของการบันทึก ความถูกต้องของการคำนวณคะแนน การแปลผลตามเกณฑ์ และความสอดคล้องของคำแนะนำ - เกณฑ์ตัดสิน: Wilcoxon Signed-Rank Test ที่ p < .05 - ผล: Z = -5.690, p < .001 โดยความถูกต้องของการคำนวณเพิ่มจาก 0.35 เป็น 1.00, การแปลผลจาก 0.23 เป็น 1.00 และความสอดคล้องของคำแนะนำจาก 0.40 เป็น 1.00 3. ความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาล - ตัวชี้วัด: ความพึงพอใจรวมอยู่ในระดับดีขึ้นไป ≥ ร้อยละ 80 (เทียบเป็น 4.00 จาก 5.00) วัดด้วยแบบสอบถาม 14 ข้อ 4 ด้าน คือ กายภาพ เนื้อหา การส่งเสริมการเรียนรู้และการปฏิบัติงาน และประโยชน์ที่ได้รับ - เกณฑ์ตัดสิน: One-Sample Wilcoxon Signed-Rank Test เทียบกับค่า 4.00 ที่ p < .05 - ผล: มัธยฐาน 4.80, Z = 5.824, p < .001 รายข้ออยู่ในระดับมากที่สุดทุกข้อ (ค่าเฉลี่ย 4.513–4.872) เขียนบรรยายวิเคราะห์เพิ่มเติม เเต่รูปเเบบเหมือนเดิม
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
1. การประเมินผู้รับบริการหลายรายต้องใช้กระดาษจำนวนมาก ก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองทรัพยากรและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์เอกสาร 2. แบบฟอร์มที่มีอยู่มีพื้นที่สำหรับบันทึกข้อมูลไม่เพียงพอ ส่งผลให้การจดบันทึกขาดความเป็นระเบียบและอาจเกิดการตกหล่นของข้อมูลสำคัญ 3. เอกสารที่เป็นกระดาษมีความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือปะปนกับเอกสารของผู้รับบริการรายอื่น ซึ่งอาจกระทบต่อความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล 4. กระบวนการรวบรวมข้อมูล คำนวณคะแนน แปลผล และจัดทำคำแนะนำต้องอาศัยเวลาค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นการดำเนินการด้วยตนเองทีละขั้นตอน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อมรรัตน์ อัครเศรษฐสกุล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี อาจารย์ธนาวิทย์ สีหาราช วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก อุดรธานี
1. อาจารย์มาโนช แก้วก่า อาจารย์ประจำที่วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก อุดรธานี 2. ผศ. ดร. กมลทิพย์ ตั้งหลักมั่นคง อาจารย์พยาบาล สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ 3. อาจารย์สิริลักษณ์ อุ่ยเจริญ อาจารย์พยาบาล สาขาการพยาบาลผู้สูงอายุ
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ BCNU )
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะเทคนิควิศวกรรม KUTC )