กลุ่มเรียน: B 1/1 | ข้อมูล ณ วันที่ 06/09/2026 13:08 น.
เต็ม 100 คะแนน
ชื่อผลงาน / นวัตกรรม (ข้อ 3.4):
| ลำดับ | รหัสนักศึกษา | ชื่อ - นามสกุล | สถาบันต้นสังกัด |
|---|---|---|---|
| 1 | 69301040022 | นายธนัตถ์ชัย บุบผามาลา | KUTC |
| 2 | 67118301013 | นางสาวจิณัฐตา ศรีอร | BCNU |
| 3 | 67118301015 | นางสาวจินดามณี จันทร์อ่อน | BCNU |
| 4 | 67118301019 | นางสาวจุลเกศ เทือกโฮม | BCNU |
| 5 | 67118301025 | นาสาวชนิดาภา หลอดพาโก | BCNU |
| 6 | 67118301035 | นางสาวฐิติมา พันธชัย | BCNU |
| 7 | 67118301143 | นางสาวสุปราณี พรมสานส์ | BCNU |
| 8 | 67118301145 | นางสาวสุพรรณิการ์ เงินลุนปา | BCNU |
| 9 | 67118301147 | นางสาวสุพิชญา วรรณา | BCNU |
| 10 | 67118301149 | นางสาวสุภาทิพย์ เคหะฐาน | BCNU |
1.บางเวลาพยาบาลมีภาระงานที่เยอะทำให้ดูแลผู้ป่วยไม่ครอบคลุมหรือช้า 2.ความไม่สุขสบายของผู้ป่วยต้องรอนาน
1.งบประมาณ 2.การใช้งานของกลุ่มเป้าหมาย 3.คุณภาพการใช้งานของนวัตกรรม
การทำความเข้าใจบริบทของผู้ป่วยในเรื่องความปวด เป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมแจ้งเตือนความปวด โดยต้องศึกษาลักษณะของผู้ป่วย สภาพร่างกาย ความสามารถในการสื่อสาร ระดับความรู้สึกตัว และปัญหาที่พบในการประเมินความปวด เช่น ผู้ป่วยไม่กล้าบอกความปวด ไม่สามารถเรียกพยาบาลได้ทันที หรือการประเมินทำได้เป็นช่วงเวลา ทำให้ความปวดไม่ได้รับการจัดการอย่างทันท่วงที ข้อมูลเหล่านี้จึงนำไปสู่การออกแบบนวัตกรรมที่ใช้งานง่าย ผู้ป่วยสามารถแจ้งระดับความปวดได้ด้วยตนเอง และส่งสัญญาณเตือนไปยังพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้รับการประเมินและบรรเทาความปวดอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัย ความพึงพอใจ และคุณภาพการดูแลที่ดียิ่งขึ้น
เกี่ยวกับการเสียชีวิต เก็บข้อมูลยาก แต่ละคนภูมิต้านทานต่างกัน ในสถานทีเดียวกัน คนหนึ่งร้อน อีกคนหนาวสั่น
ปัญหา การประเมินและการจัดการความปวดของผู้ป่วย คน (Man) 1.ผู้ป่วยไม่สามารถแจ้งอาการปวดได้ทันที 2.ผู้ป่วยบางรายมีข้อจำกัดในการสื่อสาร 3.ผู้ป่วยไม่กล้ารบกวนพยาบาล 4.พยาบาลมีภาระงานมาก ทำให้ติดตามอาการปวดไม่ต่อเนื่อง อุปกรณ์ (Machine) 1.ไม่มีอุปกรณ์หรือระบบแจ้งเตือนอาการปวดแบบทันที 2.การแจ้งอาการปวดยังต้องเรียกพยาบาลด้วยตนเอง 3.ไม่มีระบบส่งข้อมูลระดับความปวดแบบ Real-time วิธีการ (Method) 1.การประเมินความปวดยังอาศัยการซักถามเป็นระยะ 2.ไม่มีระบบติดตามความปวดอย่างต่อเนื่อง 3.การสื่อสารระดับความปวดไม่เป็นมาตรฐาน วัสดุ (Material) 1.แบบประเมินความปวดเป็นกระดาษหรือบันทึกในเวชระเบียน 2.การบันทึกข้อมูลไม่สามารถแจ้งเตือนได้ทันที 3.ไม่มีสื่อช่วยให้ผู้ป่วยรายงานระดับความปวดได้สะดวก สิ่งแวดล้อม (Environment) 1.หอผู้ป่วยมีผู้ป่วยจำนวนมาก 2.พยาบาลต้องดูแลผู้ป่วยหลายรายพร้อมกัน 3.ช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงเร่งด่วนทำให้การประเมินล่าช้า การวัดผล (Measurement) 1.ไม่มีการติดตามระยะเวลาตั้งแต่ผู้ป่วยเริ่มปวดจนได้รับการดูแล 2.ไม่มีตัวชี้วัดการแจ้งเตือนแบบ Real-time 3.การประเมินความปวดไม่ต่อเนื่อง ทำให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน
"พวกเราจะสามารถพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของต้นแบบนวัตกรรมระบบแจ้งเตือนอาการปวด (Pain Go!) เพื่อช่วยให้ทีมพยาบาลรับรู้ระดับความปวดได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และลดข้อจำกัดในการสื่อสารของผู้ป่วยได้อย่างไร?"
P (Patient / Population) ประชากรหรือกลุ่มเป้าหมาย: นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี (ที่เข้าร่วมการทดสอบในสถานการณ์จำลอง) I (Intervention) สิ่งที่ต้องการศึกษา/นวัตกรรม: ต้นแบบนวัตกรรมระบบประเมินระดับความปวดและการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน Smart Pain Score Button (Pain Go! ) C (Comparison) สิ่งเปรียบเทียบ: การประเมินความปวดในรูปแบบเดิม (การซักถามโดยพยาบาลเป็นหลัก หรือการประเมินตามมาตรฐานทั่วไปที่ไม่มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ) O (Outcome) ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ประสิทธิภาพของระบบในการส่งข้อมูลระดับความปวดอย่างรวดเร็ว ความเหมาะสมและความสะดวกในการใช้งานต้นแบบนวัตกรรม ระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างต่อการใช้งานระบบแจ้งเตือน การลดความคลาดเคลื่อนและลดความล่าช้าในการสื่อสารข้อมูลความปวด
มีกลุ่มเป้าหมาย แต่โอกาศเก็บข้อมูลมีน้อย หรือเก็บข้อมูลไม่ได้ เพราะไม่มีเหตุการณ์ให้บันทึกข้อมูลจริง
จากการศึกษาปัญหาและการฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย ผู้วิจัยพบว่าการประเมินความปวดของผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังใช้การซักถามจากพยาบาลเป็นหลัก เมื่อพยาบาลมีภาระงานจำนวนมากหรือกำลังดูแลผู้ป่วยรายอื่น อาจทำให้การประเมินความปวดล่าช้า ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลด้านการจัดการความปวดไม่ทันท่วงที จากปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยและสมาชิกในกลุ่มจึงได้ร่วมกันระดมสมองเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยนำปัญหาที่พบจากการฝึกปฏิบัติมาวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จนได้แนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม Pain Go! ระบบแจ้งเตือนอาการปวด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถแจ้งระดับความปวดได้ด้วยตนเอง และส่งข้อมูลไปยังพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความล่าช้าในการสื่อสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินและจัดการความปวดของผู้ป่วย
องค์ประกอบของต้นแบบ 1. กล่องอุปกรณ์พร้อมปุ่มกดเลือกระดับความปวด 2. ไฟแสดงสถานะการส่งข้อมูล 3. ไมโครคอนโทรลเลอร์ (เช่น ESP32) สำหรับประมวลผลและส่งข้อมูล 4. ระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi 5. แอปพลิเคชันหรือหน้าจอแสดงผลสำหรับพยาบาล 6. แหล่งจ่ายไฟหรือแบตเตอรี่แบบชาร์จได้ หลักการทำงาน 1. ผู้ป่วยกดเลือกระดับความปวดบนอุปกรณ์ 2. ระบบบันทึกและส่งข้อมูลผ่าน Wi-Fi 3. แอปพลิเคชันของพยาบาลได้รับการแจ้งเตือน พร้อมแสดงหมายเลขเตียงและระดับความปวด 4. พยาบาลเข้าประเมินและให้การดูแลผู้ป่วยตามระดับความปวดที่ได้รับแจ้ง
ความเป็นไปได้และความปลอดภัยของผู้ป่วย นวัตกรรม Pain Go! ระบบแจ้งเตือนอาการปวด มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้งาน เนื่องจากใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หาได้ทั่วไป เช่น ปุ่มกด ไมโครคอนโทรลเลอร์ (ESP32) และระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi ทำให้สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบได้ในต้นทุนที่ไม่สูง และสามารถติดตั้งบริเวณเตียงผู้ป่วยได้โดยไม่รบกวนการรักษาหรือการพยาบาล ในด้านความปลอดภัย อุปกรณ์ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย ผู้ป่วยเพียงกดปุ่มเพื่อเลือกระดับความปวด ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ป่วย วัสดุที่ใช้ควรเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง ขอบมน ไม่มีเหลี่ยมคม และสามารถทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อได้ตามมาตรฐานของโรงพยาบาล เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ชื่อวิจัย การพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพการใช้งานของนวัตกรรม Pain Go ระบบแจ้งเตือนอาการปวด ชื่อนวัตกรรม Pain Go! ระบบแจ้งเตือนอาการปวด
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
https://elearning.kutcudon.ac.th/bcnu_paingo/index.php
- ยังไม่มีการบันทึกข้อมูล -
- ยังไม่มีการบันทึกข้อมูล -
- ยังไม่มีการบันทึกลิงก์ Google Drive -
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ BCNU )
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะเทคนิควิศวกรรม KUTC )