กลุ่มเรียน: B 1/2 | ข้อมูล ณ วันที่ 21/10/2026 21:04 น.
เต็ม 100 คะแนน
ชื่อผลงาน / นวัตกรรม (ข้อ 3.4):
| ลำดับ | รหัสนักศึกษา | ชื่อ - นามสกุล | สถาบันต้นสังกัด |
|---|---|---|---|
| 1 | 69301040012 | นายภัทรชัย พิศจำรูญ | KUTC |
| 2 | 69301040018 | นางสาวเอลิยาห์ บำรุงภักดี | KUTC |
| 3 | 67118301021 | นายเจษฎาภรณ์ เพชรสังข์ | BCNU |
| 4 | 67118301068 | นายบารมี สาดแล่น | BCNU |
| 5 | 67118301135 | นางสาวสมฤทัย มาตรกลาง | BCNU |
| 6 | 67118301137 | นางสาวสายฝน เมืองแทน | BCNU |
| 7 | 67118301141 | นางสาวสุธิดา อาจหาญ | BCNU |
| 8 | 67118301158 | นางสาวอัญชริกา ไชยสุระ | BCNU |
| 9 | 67118301166 | นางสาวอรณี อาจทวีกุล | BCNU |
| 10 | 68118301139 | นางสาวสิริวิมล วิลามาตร | BCNU |
จากการหาสำรวจพบว่านักศึกษาพยาบาลศาสตร์ส่วนใหญ่ยังมีทักษะความรู้ในการเช็ดตัวลดไข้ในเด็ก ยังไม่มีประสิทธิภาพ และยังขาดความมั่นใจในการเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง
จากการสำรวจระบบการฝึกปฏิบัติในปัจจุบัน พบว่าหุ่นฝึกทักษะการเช็ดตัวลดไข้ที่ใช้ในการเรียนการสอนยังเป็นหุ่นพื้นฐาน ซึ่งไม่สามารถจำลองสถานการณ์เด็กที่มีไข้ได้อย่างสมจริง และไม่มีระบบเซนเซอร์สำหรับตรวจสอบตำแหน่งการเช็ด ทิศทางการเช็ด แรงกด หรือระยะเวลาในการเช็ดตัว ส่งผลให้ไม่สามารถประเมินผลการปฏิบัติของนักศึกษาได้แบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังไม่มีระบบเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเพื่อแสดงผลคะแนนและข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แบบ Real-time ทำให้การประเมินผลยังต้องอาศัยผู้สอนเป็นผู้สังเกตและให้คะแนน ซึ่งอาจเกิดความคลาดเคลื่อนและใช้เวลามากในการประเมินนักศึกษาหลายคนพร้อมกัน
ถ้าเช็ดตัวลดไข้ไม่ถูกวิธี จะทำให้ไข้ไม่ลดหรืออาจจะทำให้ผู้ป่วยมีภาวะซักจากไข้สูงได้
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
จากการศึกษาปัญหา พบว่านักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 ยังขาดความมั่นใจและทักษะในการเช็ดตัวลดไข้ เนื่องจากมีโอกาสฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยเด็กจริงค่อนข้างจำกัด และผู้ปกครองบางส่วนไม่ยินยอมให้นักศึกษาปฏิบัติหัตถการ ทำให้ประสบการณ์ในการฝึกไม่เพียงพอ นอกจากนี้ หุ่นฝึกที่ใช้ในปัจจุบันยังไม่สามารถจำลองภาวะไข้ได้สมจริง และไม่มีระบบประเมินผลหรือให้ข้อมูลย้อนกลับระหว่างการฝึก ส่งผลให้นักศึกษาไม่สามารถทราบข้อผิดพลาดของตนเองได้ทันที จากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา จึงพบว่าปัจจัยสำคัญเกิดจากข้อจำกัดของสื่อฝึกปฏิบัติและการขาดเทคโนโลยีที่ช่วยประเมินทักษะแบบ Real-time ดังนั้น ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดพัฒนา หุ่นเด็กพร้อมระบบเซนเซอร์สำหรับฝึกทักษะการเช็ดตัวลดไข้ เพื่อให้นักศึกษาสามารถฝึกปฏิบัติได้อย่างปลอดภัย ได้รับข้อมูลย้อนกลับทันที และเพิ่มความมั่นใจในการนำทักษะไปใช้กับผู้ป่วยจริง
2.2 จากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่านักศึกษาพยาบาลจำนวนมากยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการเช็ดตัวลดไข้เด็กอย่างถูกวิธี ส่งผลให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้น้ำเย็นจัด การเช็ดตัวไม่ถูกตำแหน่ง หรือการเช็ดตัวเป็นระยะเวลาที่ไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้การลดไข้ไม่มีประสิทธิภาพ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไข้สูงหรือไข้ชัก นอกจากนี้ นักศึกษาพยาบาลยังประสบปัญหาขาดโอกาสในการฝึกปฏิบัติจริง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านจำนวนผู้ป่วย ความปลอดภัยของผู้ป่วย และระยะเวลาในการฝึก ส่งผลให้นักศึกษาหลายคนเกิดความกังวล ขาดความมั่นใจ และไม่สามารถปฏิบัติการเช็ดตัวลดไข้ได้อย่างถูกต้องเมื่อเผชิญสถานการณ์จริง
P:Population/Patient นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ (Nursing students, Undergraduate nursing students Student nurses) I:Intervention หุ่นฝึกพร้อมระบบเชนเชอร์, นวัตกรรมหุ่นจำลอง, หุ่นจำลองอัจฉริยะ, แอปพลิเคชัน (Pediatric mannequin, Sensor-integrated mannequin, Sensor system, Simulation-based learning, Smart mannequin, Educational innovation) C: Comparison:การฝึกทักษะด้วยหุ่นจำลองรูปแบบเดิม, การเรียนการสอนปกติ (Traditional manikin, Standard nursing training, Control group) O: Outcome:ทักษะการเช็ดตัวลดไข้, ประสิทธิภาพของนวัตกรรม, ความมั่นใจในการปฏิบัติ, ความพึงพอใจ (Tepid sponge bathing skills, Nursing skill competency, Performance, Clinical confidence, User satisfaction)
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
ในการพัฒนานวัตกรรม หุ่นเช็ดตัวลดไข้เด็ก กลุ่มของพวกเราได้มีการระดมสมอง เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่พบจากการที่นักศึกษาต้องการใช้หุ่นฝึกการเช็ดตัวลดไข้ โดยเริ่มจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาของนักศึกษา เช่น ไม่ทราบขั้นตอนการเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง เช็ดผิดตำแหน่ง ใช้แรงกดไม่เหมาะสม หรือใช้น้ำที่มีอุณหภูมิไม่ถูกต้อง ทำให้การเช็ดตัวลดไข้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร หลังจากนั้น สมาชิกในกลุ่มได้ช่วยกันเสนอแนวคิดหลายรูปแบบ เช่น สื่อวิดีทัศน์สาธิต การเช็ดตัวลดไข้ เเละแอปพลิเคชันสำหรับแนะนำการเช็ดตัว โดยมีการควบคุมอุณหภูมิ เเละเวลาในการเช็ดตัวลดไข้ และหุ่นจำลองสำหรับฝึกปฏิบัติ จากนั้นจึงร่วมกันพิจารณาข้อดี ข้อจำกัด ความเป็นไปได้ในการพัฒนา และความเหมาะสมกับการนำไปใช้งานจริง ผลจากการระดมสมอง สมาชิกในกลุ่มมีความเห็นตรงกันว่า หุ่นเช็ดตัวลดไข้เด็ก เป็นแนวคิดที่เหมาะสมที่สุด เพราะสามารถใช้ฝึกปฏิบัติได้จริง เข้าใจง่าย และช่วยให้ผู้ปกครองนักศึกษาพยาบาล เรียนรู้วิธีการเช็ดตัวลดไข้ได้อย่างถูกต้อง โดยหุ่นจะมีการแสดงตำแหน่งที่ควรเช็ด ทิศทางการเช็ด แรงกดที่เหมาะสม อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ และมีเสียงแนะนำในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปฏิบัติตามได้ง่ายและลดความผิดพลาดในการเช็ดตัวลดไข้เด็ก
นวัตกรรมเซนเซอร์ช่วยสอนการเช็ดตัวลดไข้ในเด็ก เป็นสื่อการเรียนรู้แบบโต้ตอบที่ออกแบบเพื่อฝึกทักษะการเช็ดตัวลดไข้ให้ถูกต้องและเป็นมาตรฐาน โดยใช้หุ่นจำลองร่วมกับระบบเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง ทิศทาง และแรงกดในการเช็ด พร้อมแสดงผลด้วยไฟและเสียงแนะนำแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถฝึกปฏิบัติได้อย่างถูกต้องด้วยตนเอง โดยในนวัตกรรมจะมี -แสดงตำแหน่งการเช็ดตัวที่ถูกต้องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง -ตรวจจับแรงกดที่เหมาะสม (0.3–0.7 นิวตัน) -แนะนำทิศทางการเช็ดที่ถูกต้องในแต่ละตำแหน่ง - มีระบบแสดงสถานะอุณหภูมิ (ตัวร้อน ปกติ และตัวเย็น) - มีเสียงแนะนำทีละขั้นตอน ช่วยให้ฝึกปฏิบัติได้อย่างเป็นลำดับ -ส่งเสริมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Hands-on Learning) และลดความผิดพลาดในการเช็ดตัวลดไข้
นวัตกรรมนี้สามารถพัฒนาได้จริง เนื่องจากใช้อุปกรณ์และวัสดุที่สามารถจัดหาได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มทักษะการปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลได้ ด้านความปลอดภัย ตัวหุ่นจำลองไม่มีส่วนที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน และช่วยลดความเสี่ยงจากการฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยจริงก่อนที่นักศึกษาจะมีความชำนาญเพียงพอ ส่งผลให้นักศึกษาเกิดความมั่นใจและสามารถปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น
การพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของแอปพลิเคชันและหุ่นเด็กจำลองระบบเซนเซอร์ สำหรับฝึกทักษะการเช็ดตัวลดไข้ Development and Evaluation of the Effectiveness of a Sensor-Based Pediatric Manikin and Mobile Application for Training in Tepid Sponge
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
จากการทดสอบการใช้งานนวัตกรรมแอปพลิเคชันและหุ่นเด็กจำลองระบบเซนเซอร์สำหรับฝึกทักษะการเช็ดตัวลดไข้ พบว่า แอปพลิเคชันมีคู่มือการใช้งาน คลิปวิดีโอสาธิตขั้นตอนการเช็ดตัวลดไข้ โหมดฝึกปฏิบัติ และระบบแสดงผลการประเมินพร้อมข้อมูลย้อนกลับ เพื่อให้นักศึกษาสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการปฏิบัติและนำไปปรับปรุงทักษะของตนเองได้ ผลการประเมินพบว่า นักศึกษากลุ่มทดลองที่ฝึกด้วยนวัตกรรมมีคะแนนทักษะการเช็ดตัวลดไข้เฉลี่ย 53.00 คะแนน (SD = 4.00) สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่มีคะแนนเฉลี่ย 45.27 คะแนน (SD = 7.21) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .001) นอกจากนี้ นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 4.63 จาก 5 คะแนน ผลการทดสอบสะท้อนว่านวัตกรรมสามารถนำมาใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนรู้และฝึกทักษะการเช็ดตัวลดไข้ได้ อย่างไรก็ตาม ควรพัฒนาความสมจริงของหุ่นจำลองและเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับของระบบเซนเซอร์ เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขนาดของหุ่นมีขนาดเล็กเกินไปไม่สมจริงอยากให้มีความสมจริงมากขึ้นให้ถนัดมือเช็ดง่าย
1. ด้านการพัฒนานวัตกรรม: ได้แอปพลิเคชันและหุ่นเด็กจำลองระบบเซนเซอร์ที่สามารถใช้ฝึกทักษะการเช็ดตัวลดไข้ พร้อมแสดงผลย้อนกลับเพื่อให้นักศึกษาทราบความถูกต้องของการปฏิบัติ 2. ด้านทักษะการปฏิบัติ: นักศึกษาที่ฝึกด้วยนวัตกรรมมีคะแนนทักษะการเช็ดตัวลดไข้สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ด้านความพึงพอใจ: นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมโดยรวมอยู่ในระดับมากขึ้นไป (ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 จาก 5 คะแนน) 4. ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้: นักศึกษาสามารถฝึกปฏิบัติซ้ำ ทบทวนขั้นตอน และนำข้อมูลย้อนกลับจากแอปพลิเคชันไปปรับปรุงทักษะการเช็ดตัวลดไข้ได้ 5. ด้านการนำไปใช้ประโยชน์: นวัตกรรมสามารถนำไปใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนและการฝึกทักษะปฏิบัติทางการพยาบาลเด็กได้
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
-
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุพาภรณ์ ติรไพรวงศ์ ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัตติกร เมืองนาง ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ ธนาวิทย์ สีหาราช ตำแหน่ง อาจารย์แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง
1. อาจารย์วิไลพร พลสูงเนิน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี อาจารย์ประจำสาขาวิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น 2. อาจารย์นิรุธ มะโนมัย วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี อาจารย์ประจำสาขาวิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น 3. อาจารย์ชัยชนะ โคหนองใฮ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี อาจารย์พิเศษประจำแผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ BCNU )
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะเทคนิควิศวกรรม KUTC )