กลุ่มเรียน: A 2/1 | ข้อมูล ณ วันที่ 06/09/2026 13:06 น.
เต็ม 100 คะแนน
ชื่อผลงาน / นวัตกรรม (ข้อ 3.4):
| ลำดับ | รหัสนักศึกษา | ชื่อ - นามสกุล | สถาบันต้นสังกัด |
|---|---|---|---|
| 1 | 69301040006 | นายนัชพล หล่าสกุล | KUTC |
| 2 | 69301040023 | นายภาสกร วงศ์นันทา | KUTC |
| 3 | 67118301010 | นางสาวกุลณัฎฐ์ มาตวังแสง | BCNU |
| 4 | 67118301038 | นางสาวณัฐชนน บุตรอินทร์ | BCNU |
| 5 | 67118301040 | นางสาวณัฐณิชา พรหมเผ่า | BCNU |
| 6 | 67118301054 | นางสาวนพวรรณ์ หล้าคอม | BCNU |
| 7 | 67118301060 | นางสาวนันท์นภัส มองเคน | BCNU |
| 8 | 67118301069 | นางสาวเบญจวรรณ พาตา | BCNU |
| 9 | 67118301132 | นางสาวศุภาพร คณาจันทร์ | BCNU |
| 10 | 67118301142 | นางสาวสุนันทา สุนโท | BCNU |
การสำรวจรายการปัญหาที่พบในพื้นที่ (Pain Points) (DISCOVER) 1. ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบระดับความเสี่ยงของตนเองต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง 2. ผู้ป่วยจำนวนมากลืมรับประทานยาตามเวลา ส่งผลให้ควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และไขมันในเลือดได้ไม่ดี 3. คำแนะนำด้านสุขภาพเป็นแบบทั่วไป ไม่สอดคล้องกับปัญหาและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล 4. ผู้สูงอายุและประชาชนในพื้นที่บางส่วนมีข้อจำกัดด้านภาษา ทำให้เข้าใจข้อมูลสุขภาพและวิธีป้องกันโรคได้ไม่ครบถ้วน 5. บุคลากรสาธารณสุขใช้เวลามากในการคัดกรองและติดตามผู้ป่วย เนื่องจากยังไม่มีระบบที่ช่วยประเมินความเสี่ยงและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ 6. ยังไม่มีระบบแจ้งเตือนการรับประทานยาที่สามารถใช้งานได้สะดวกภายในบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักลืมรับประทานยา
1.ไม่สามารถเเจ้งเตือนออกจากเเอพได้ 2.ไม่สามารถใช้ได้ในระบบios
1.3 การทำความเข้าใจบริบทผู้ป่วย จากการศึกษาบริบทของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) 1. Says (สิ่งที่ผู้ป่วย/กลุ่มเสี่ยงพูด) -"กลัวเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน" -"ภาษาหมอเข้าใจยาก อ่านใบปลิวแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ไม่อยากอ่าน" -"อาการแบบไหนถึงเรียกว่าสโตรก? แล้วถ้ามีอาการต้องทำยังไงทันที?" -"อยากได้ข้อมูลที่เป็นภาษาบ้านเรา ฟังแล้วเข้าใจง่ายและรู้สึกเป็นกันเองมากกว่า" 2. Thinks (สิ่งที่ผู้ป่วย/กลุ่มเสี่ยงคิด) -คิดว่าโรคสโตรกเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของโชคชะตา/กรรมพันธุ์ที่ป้องกันไม่ได้ -กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหากล้มป่วย -คิดว่าการคัดกรองความเสี่ยงยุ่งยาก ต้องไปโรงพยาบาลและรอคิวนาน -หวั่นใจว่าตนเองอาจจะกำลังมีความเสี่ยงอยู่ แต่ไม่กล้าไปตรวจ 3. Does (พฤติกรรมที่ผู้ป่วย/กลุ่มเสี่ยงแสดงออก) -ชอบดูวิดีโอหรือฟังคลิปเสียงผ่านสมาร์ทโฟน เช่น YouTube, TikTok มากกว่าการอ่านข้อความยาวๆ -มักจะละเลยการตรวจเช็กความดันโลหิตหรือพฤติกรรมการกินอย่างสม่ำเสมอ -เปิดรับสื่อที่เป็นภาษาท้องถิ่นของตนเองมากกว่าภาษาทางการ 4. Feels (ความรู้สึกภายในใจ) -วิตกกังวลและกลัว: กลัวการเป็นอัมพาตเฉียบพลัน -โดดเดี่ยวหรือเข้าไม่ถึง: รู้สึกว่าเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชันสุขภาพส่วนใหญ่ใช้งานยากและไม่เหมาะกับคนต่างจังหวัด -อบอุ่นใจ: รู้สึกสบายใจและเปิดใจรับฟังมากขึ้นเมื่อได้รับคำแนะนำผ่านภาษาถิ่น อีสาน, ใต้, เหนือ, กลาง ที่คุ้นเคย
เป็นไปได้ ต้นทุน อาจจะแพง
1. DEFINE (กำหนดปัญหา) ปัญหา ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง ยังขาดเครื่องมือที่ช่วยคัดกรองความเสี่ยง ติดตามข้อมูลสุขภาพ และได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ควบคุมโรคได้ไม่ดีและมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น - กลุ่มเป้าหมาย 1. ผู้ป่วยเบาหวาน (DM) 2. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง (HT) 3. ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง (DLP) โดยเฉพาะผู้สูงอายุ - เป้าหมายของแอป 1. คัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง 2. ติดตามข้อมูลสุขภาพ 3. แจ้งเตือนการรับประทานยา 4. ให้ความรู้และคำแนะนำเฉพาะบุคคล 5. ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง 2. Fishbone (วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา) ปัญหาหลัก: ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงยังมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูง - ด้านผู้ป่วย (People) 1. ลืมรับประทานยา 2. ไม่มาติดตามการรักษา 3. ขาดความรู้ในการดูแลตนเอง 4. ไม่ทราบว่าค่าความดันหรือน้ำตาลอยู่ในระดับเสี่ยง - ด้านวิธีการ (Method) 1. ไม่มีระบบคัดกรองความเสี่ยงที่ใช้งานง่าย 2. ไม่มีคำแนะนำเฉพาะบุคคล 3. ไม่มีระบบติดตามข้อมูลต่อเนื่อง - ด้านเครื่องมือ (Machine/Technology) 4. ไม่มีแอปที่รวมข้อมูลสุขภาพไว้ในที่เดียว 5. ไม่มีอุปกรณ์เตือนรับประทานยาที่บ้าน 6. ไม่มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ - ด้านข้อมูล (Information) 1. ผู้ป่วยเข้าใจโรคไม่เพียงพอ 2. สื่อสุขศึกษาเข้าใจยาก 3. ไม่มีสื่อหลายภาษา - ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) 1. อยู่ลำพัง ไม่มีผู้เตือน 2. เข้าถึงบุคลากรทางการแพทย์ได้ไม่ต่อเนื่อง 3. 5 Why ปัญหา: ผู้ป่วยเกิดโรคหลอดเลือดสมองจากการควบคุมโรคเรื้อรังได้ไม่ดี 1. Why 1 ทำไมควบคุมโรคไม่ได้ เพราะรับประทานยาไม่สม่ำเสมอและไม่ติดตามค่าความดัน/น้ำตาล 2. Why 2 ทำไมรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ เพราะลืมเวลาและไม่มีระบบเตือน 3. Why 3 ทำไมไม่มีระบบเตือน เพราะไม่มีอุปกรณ์หรือแอปช่วยเตือน 4. Why 4 ทำไมไม่มีแอปที่ตอบโจทย์ เพราะแอปที่มีอยู่ยังไม่รวมการคัดกรอง การติดตาม และการให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลไว้ในระบบเดียว 5. Why 5 ทำไมผู้ป่วยยังไม่ได้รับการดูแลต่อเนื่องเพราะยังไม่มีนวัตกรรมที่เชื่อมโยงการคัดกรอง การให้ความรู้ การแจ้งเตือนยา และการติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างครบวงจร Root Cause (สาเหตุรากของปัญหา) ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงยังขาดระบบดิจิทัลที่ช่วยคัดกรอง ติดตามสุขภาพ แจ้งเตือนการรับประทานยา และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลอย่างต่อเนื่อง
จากการศึกษาปัญหาพบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง เป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แต่ยังขาดเครื่องมือที่ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพและประเมินความเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังพบปัญหาการลืมรับประทานยา ขาดความรู้ในการดูแลตนเอง และไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล ส่งผลให้การควบคุมโรคไม่มีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หากผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือดได้ไม่ดี หรือรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ จะทำให้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น จากการสำรวจปัญหา พบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ทราบระดับความเสี่ยงของตนเอง ลืมรับประทานยา และได้รับข้อมูลสุขภาพที่ไม่ตรงกับปัญหาของแต่ละคน ทำให้การดูแลสุขภาพยังไม่ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ต้องใช้เวลาในการติดตามผู้ป่วยและประเมินความเสี่ยงค่อนข้างมาก กลุ่มผู้วิจัยจึงพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับคัดกรองและป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โดยให้ผู้ป่วยบันทึกข้อมูลสุขภาพ เช่น ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเลือด และข้อมูลการรับประทานยา ระบบจะประเมินระดับความเสี่ยงและแสดงผลเป็นระดับสี พร้อมทั้งให้คำแนะนำ สื่อความรู้ และเชื่อมต่อกับกล่องเตือนรับประทานยาอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถติดตามข้อมูลของผู้ป่วยได้สะดวกยิ่งขึ้น
ok
ข้อ 3.1: แผนการดำเนินงาน (Action Plan) เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมแอปพลิเคชัน "คู่คิดพิชิตสโตรก" สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย จึงกำหนดแผนการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะหลัก ดังนี้ ระยะที่ 1: การศึกษาข้อมูลและเตรียมเนื้อหา (Preparation Phase) เดือนที่ 1 -ศึกษารูปแบบการคัดกรอง: รวบรวมแบบประเมินความเสี่ยงสโตรกที่ได้มาตรฐาน เช่น Stroke Risk Scorecard -จัดทำบทและเนื้อหาสื่อการสอน: ออกแบบเนื้อหาการป้องกันและสัญญาณเตือน เช่น หลักการ BEFAST -แปลและเรียบเรียงภาษาถิ่น: แปลบทพูดวิดีโอเป็น 4 ภาษา (อีสาน, ใต้, เหนือ, กลาง) เพื่อความถูกต้องของภาษาและวัฒนธรรม ระยะที่ 2: การพัฒนาแอปพลิเคชันและผลิตสื่อ (Development Phase) เดือนที่ 2 -ถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอ: ผลิตวิดีโอสื่อการสอนความรู้สโตรกทั้ง 4 ภาษา โดยใช้กราฟิกประกอบที่เข้าใจง่าย เหมาะกับผู้สูงอายุ -ออกแบบ UI/UX ของแอปพลิเคชัน: ออกแบบหน้าจอให้มีตัวหนังสือขนาดใหญ่ ปุ่มกดชัดเจน เสียงบรรยายชัดถ้อยชัดคำ และใช้งานง่ายที่สุด -ระบบพัฒนาโปรแกรม (Coding): พัฒนาระบบประเมินความเสี่ยง แผงควบคุมวิดีโอแยกตามภาค และระบบให้คำแนะนำ/แจ้งเตือนสุขภาพ ระยะที่ 3: การทดสอบระบบและการใช้งานในชุมชน (Testing & Implementation) เดือนที่2 -การทดสอบภายใน: ทดสอบความเสถียรของแอปพลิเคชันและความถูกต้องของฟังก์ชันต่างๆ -ลงพื้นที่ทดสอบกับกลุ่มเป้าหมาย: นำแอปพลิเคชันไปให้กลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุในพื้นที่ตัวแทนแต่ละภาคได้ทดลองใช้งานจริง เพื่อประเมินความยากง่ายในการเข้าถึงและความเข้าใจต่อสื่อวิดีโอภาษาถิ่น ระยะที่ 4: การประเมินผลและปรับปรุง (Evaluation & Final Launch) เดือนที่ 3 -รวบรวมข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback): นำคำแนะนำจากผู้ใช้มาปรับปรุงหน้าตาและการทำงานของแอปพลิเคชันให้สมบูรณ์ -วิเคราะห์ผลงานวิจัย: ประเมินระดับความรู้ความเข้าใจเรื่องสโตรก และความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายก่อนและหลังใช้แอปพลิเคชัน -เปิดให้ดาวน์โหลดใช้งานอย่างเป็นทางการ และสรุปเล่มรายงานวิจัย
แบบจำลองชิ้นงาน เป็นแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ในการบันทึกข้อมูลผู้สูงอายุในครอบครัวที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง โดยแอปพลิเคชันรองรับระบบโปรไฟล์ผู้สูงอายุ (Multi-profile) สามารถเพิ่มและจัดเก็บข้อมูลผู้สูงอายุได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป พร้อมแยกข้อมูลสุขภาพของแต่ละรายออกจากกัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกดูและติดตามข้อมูลของแต่ละบุคคลได้อย่างสะดวก สิ่งที่ต้องกรอก ได้แก่ ค่าความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด จากนั้นแอปพลิเคชันจะแสดงผลการประเมินความเสี่ยงในรูปแบบแผนภูมิสี พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ ผู้ใช้สามารถกรอกข้อมูลยาและวันนัดหมายของผู้สูงอายุแต่ละคน เพื่อให้แอปพลิเคชันแจ้งเตือนการรับประทานยาและการเข้ารับการตรวจตามนัด นอกจากนี้ ภายในแอปพลิเคชันยังมีสื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค และแนวทางการป้องกันโรคตามโมเดล 3อ 3ลด ของสถาบันพระบรมราชชนก (สบช.)
แอปพลิเคชัน คู่คิดพิชิตสโตรก (Your Smart Partner for Stroke Prevention) มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง เนื่องจากสามารถใช้งานผ่านสมาร์ตโฟน มีระบบคัดกรองความเสี่ยง ให้คำแนะนำ สื่อการสอน 4 ภาษา ระบบเตือนรับประทานยา และกล่องไมโครชิปแจ้งเตือนที่บ้าน ช่วยส่งเสริมการป้องกันโรคและการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ความปลอดภัย แอปเป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช้เพื่อวินิจฉัยโรค หากพบความเสี่ยงจะมีคำแนะนำให้พบแพทย์ และมีการรักษาความลับของข้อมูลผู้ใช้งานตาม PDPA
ชื่อแอพพลิเคชั่นว่า คู่คิดพิชิตสโตรก “Your Smart Partner for Stroke Prevention” ทำเกี่ยวกับการคัดกรอง ป้องกัน ให้คำแนะนำ สื่อการสอนเป็นวิดีโอ 4 ภาษา (อีสาน ใต้ เหนือ กลาง) เตือนการกินยาในแอพ มีกล่องไมโครชิฟท์ที่มันจะทำให้มันดังอยู่ที่บ้าน
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
- กลุ่มนี้ยังไม่มีการบันทึกข้อมูลในหัวข้อนี้ -
ยังไม่ได้รับการประเมินจากอาจารย์
- ยังไม่มีการอัปโหลดข้อมูลภาพอินโฟกราฟิก -
- ยังไม่มีการบันทึกข้อมูล -
- ยังไม่มีการบันทึกข้อมูล -
- ยังไม่มีการบันทึกลิงก์ Google Drive -
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ BCNU )
ลงชื่อ............................................................
( อาจารย์ที่ปรึกษาคณะเทคนิควิศวกรรม KUTC )